อดีต ผบช.ภ.1 เตือนคดีแตงโม ไม่ใช่ละคร ต้องสอบเร็ว เป็นธรรม กล้าปิดคดี

0

พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และอดีตผู้บัญชาการภาค 1 โพสต์ให้ความคิดเห็น เกี่ยวกับประเด็นการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา หลังจากกลายเป็นประเด็นเดือดในโลกโซเชียลอย่างมาก ทั้งคลิป ทั้งคำวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่า “ไปกันใหญ่แล้ว ..สนุกสนานประดุจละครโทรทัศน์ ก็ไม่ปาน”

โดยระบุว่า คดีการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน/สอบสวน กำลังหมุนติ้วเป็นลูกข่างไปตามกระแสจากนักสืบโซเชียลบ้าง ผู้รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง อวดรู้บ้าง คาดเดาเต้าเรื่องบ้าง สร้างประเด็น ข้อสงสัย ข้อกังขา ข้อเรียกร้องความสนใจให้เกิดขึ้นในสังคม ต่างๆ นานา บางประเด็นถึงขนาดหมิ่นประมาทผู้เสียชีวิตก็มี

– มีผู้ใหญ่รออยู่ที่โรงแรมริมน้ำ รับงานเอ็นฯ บ้างล่ะ
– 1 ใน 5 บนเรือรับสารภาพแล้ว( แอบได้ยินในห้องน้ำ) บ้างล่ะ
– มีการเสพยาบนเรือบ้างล่ะ
– พล.ต.ต. น แอบให้ข่าว แอบขายข่าวบ้างล่ะ
– ผลการตรวจพิสูจน์ศพ จะทำให้ตำรวจอึ้งบ้างล่ะ
– ชี้นำให้เอาคนบนเรือ ทั้ง 5 คนเข้าเครื่องจับเท็จบ้างล่ะ

พูดประเด็นหลังก่อน เครื่องจับเท็จนะครับไม่ใช่เครื่องซักผ้า ที่อยู่ๆ จะไปเอาใครเข้าเครื่องจับเท็จได้ทันที… มันมีวิธีการ … มันมีกระบวนการ จะต้องแสวงหาพยานหลักฐาน มาเปรียบเทียบ มาพิสูจน์ คดีแรกที่มีการใช้เครื่องจับเท็จเข้ามาพิสูจน์ในทางคดี กระผมได้ทำคดีนั้นด้วยตนเอง ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาถึงเรื่องการใช้เครื่องจับเท็จ คือ คดีหม่อมลูกปลา หรือหม่อมชลาศัย ประเด็นที่จะพิสูจน์ใครเป็นคนชงกาแฟให้ท่านกบ กว่าจะนำไปเข้าเครื่องจับเท็จ จะต้องทำการสืบสวนสอบสวน พิสูจน์ทดลองกันหลายขั้นตอน แสวงหาพยานหลักฐานประกอบจนเห็นว่าควรนำเข้าเครื่องจับเท็จ ต่างกับการเอาผ้าไม่สะอาดเข้าไปซักแล้วออกมาขาวสะอาดนะครับ

ในอดีตไม่ช้าไม่นาน ตัวท่านก็ยังอยู่ เอาแค่สมัยที่พลตำรวจเอกวรรณรัตน์ คชรัตน์ เป็นผู้บังคับการกองปราบปราม คดีการเสียชีวิตของสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ (นางดาราวดี และเด็กชายเสรี ศรีธนะขัณฑ์) ซึ่งเป็นคดี ที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความสนใจ พนักงานสืบสวนสอบสวนมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ใช้ความรู้ความสามารถ ทั้งทางด้านกฎหมาย หลักวิชาการ ประสบการณ์ทำงานที่สร้างสมมา ต่างๆ นานา บรรดามีได้อย่างเต็มที่ ไม่มีผู้มาชี้นำ ไม่มีผู้มาชักจูง อวดอ้าง สร้างประเด็น อวดรู้ ชูประเด็น ไม่ต้องหลงทาง สร้างปัญหาให้กับการสืบสวนสอบสวน ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหาเป็นถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ( พลตำรวจโท ชลอ เกิดเทศ) กับพวก ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจอีกกว่า 10 นาย เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

กระผมทำสำนวนคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งไปเบิกความต่อศาล และศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตจำเลยทั้งหมด ไม่มีนักสืบโซเชียล ผู้รู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง มาชี้นำกำหนดประเด็นทำให้ต้องหลงป่า จนแทบจะหาทางออกไม่เจอ

ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งผ่านไปหยก ๆ คดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่บนภูหินเหล็กไฟ แห่งบ้านกกกอก ยุ่งเหยิงกันไปใหญ่ กองทัพนักข่าว ไปปักหลักทำข่าวอยู่เป็นปี สองปี ส่วนลุงพลก็กลายเป็น superstar ลำดับต้นๆของประเทศ ดีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านนี้ ซึ่งรับผิดชอบคดีนั้นพาออกจากป่ามาได้แบบหวุดหวิด

ชี้นำกันจนถึงขนาดบางครั้ง มีการทรงเจ้าเข้าผีถามกุมารทอง…. ต่อไปพนักงานสอบสวนคงต้องไปสอบปากคำกุมารทองไว้ประกอบสำนวนแล้วละมั้ง!!! ไม่เช่นนั้นสังคมจะกล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนไม่จริงจังในการรวบรวมพยานหลักฐานหรืออย่างไร?

แต่ก่อนแต่ไร พนักงานสืบสวนสอบสวนจะมีอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะการสอบสวนต้องกระทำโดยลับ การให้ข่าวกับสื่อมวลชนในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเท่าที่จำเป็น สื่อก็นำเสนอต่อสาธารณะเท่าที่ไม่เสียความยุติธรรม ไม่ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่มีการโต้กันไปโต้กันมา กล่าวหากันไปมา จึงเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นไปตามทำนองคลองธรรม ชอบด้วยกฎหมายภายใต้หลักการที่ถูกต้อง … แล้วปัจจุบันล่ะ?????

เมื่อวานนี้ กระผมฟังคำให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตอบ ผู้สื่อข่าวว่ายังไม่ปิดคดีครับๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าสอบสวนเสร็จแล้ว จะสรุปผลในวันศุกร์นี้ (11 มี.ค.65) เป็นเพราะกระแสจึงทำให้ท่านตอบเช่นนั้นหรือไม่ครับ ถ้าใช่!! ท่านอย่าลืมนะครับว่าการสอบสวนต้องกระทำด้วยความ “รวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม”

เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว กล่าวคือสอบจนสิ้นกระแสความแล้ว จะต้องทำความเห็นตามท้องสำนวน คือตามพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 หรือ 141 แล้วแต่กรณี ไม่ใช่เมื่อมีกระแสจึงไม่กล้าปิด ไม่มีกระแสจะกล้าปิด การสอบสวนไม่ใช่โรงลิเก (ปิด-เปิดม่าน) หากมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญก็สามารถรื้อคดีใหม่ได้ ดูตัวอย่างคดีการเสียชีวิตของ ส.ส. ห้างทอง ธรรมวัฒนะ ซึ่งกระผมทำคดีนี้ไว้เกือบ 20 ปีมาแล้ว ( 4 ปีให้หลัง มีพยานหลักฐานใหม่จึงมีการรื้อคดีกันใหม่)

กระผมในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะมีการประชุม กันในวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 จะนำปัญหานี้เสนอในที่ประชุม เพื่อให้มีการกำหนดมาตรการ แนวทางการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงจะต้องร่วมกับ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนด้วยครับ”

Leave A Reply

Your email address will not be published.